อยากพาน้องหมาขึ้นรถไฟต้องทำไงบ้าง

0 Comments
อยากพาน้องหมาขึ้นรถไฟต้องทำไงบ้าง

อยากพาน้องหมาไปเที่ยว แต่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวทำยังไงดี จะไปรถเมล์ก็ลำบาก หรือจะขึ้นรถตู้ก็คงไม่ได้ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้นไป เพราะวันนี้เรามีอีกทางเลือกให้นั่นคือ “การเดินทางโดยรถไฟ” นั่นเองค่ะ

 การพาน้องหมาขึ้นรถไฟนั้น “สามารถพาขึ้นไปได้” แต่ก็มีกฎที่สำคัญ รวมไปถึงข้อควรรู้ที่ตัวเจ้าของต้องปฏิบัติตามที่ทางการรถไฟประเทศได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

     การพาน้องหมาขึ้นรถไฟ แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
      1.พาน้องหมาขึ้นรถไฟไปพร้อมกับเจ้าของในขบวนโดยสาร      2.พาสุนัขขึ้นไปในรถโบกี้บรรทุกสินค้า ซึ่งทางการรถไฟแห่งประเทศไทย แนะนำว่า “หากไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ควรพาน้องหมาขึ้นขบวนสินค้า” เพราะ การที่ปล่อยน้องหมาอยู่ตามลำพังโดยไม่มีทั้งเจ้าหน้าที่และเจ้าดูแล แถมยังต้องอยู่รวมกับสัมภาระอื่นๆอีก อาจทำให้น้องหมารู้สึกเครียดและไม่ปลอดภัยได้      ฉะนั้นจะเหลือแค่เพียง “การพาน้องหมาขึ้นรถไฟไปพร้อมกับเจ้าของ” ซึ่งขบวนรถไฟที่สามารถพาน้องหมาขึ้นได้ คือ “ขบวนที่มีตู้โดยสารนั่งพัดลมเท่านั้น (ขบวนชั้น 3)” ขบวนรถแอร์ห้าม! ขบวนรถนอนห้าม! และ “นำขึ้นได้เฉพาะสุนัขพันธุ์เล็ก และต้องมีกระเป๋าใส่น้องหมาด้วย!” โดยตอนที่พาน้องหมาไปสถานีรถไฟ ควรจะมีกรงหรือกระเป๋าใส่น้องหมา ไม่ควรพาน้องหมาเดิน เพราะ อาจจะทำให้รบกวนผู้โดยสารคนอื่น

ขั้นตอนการนำน้องหมาขึ้นรถไฟ

 1.เช็คตารางเดินรถ และเวลาเดินทาง และเช็คด้วยว่าขบวนที่เราจะไปนั้น มีตู้โดยสารที่สามารถพาน้องหมาขึ้นได้หรือไม่       2.ไปที่ช่องจำหน่ายตั๋วโดยแจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามีน้องหมาไปด้วย และต้องบอกรายละเอียดให้ชัดเจนว่า มีกี่ตัว ตัวไหนบ้าง น้องหมาขนาดตัวประมาณไหน ซึ่งต้องพาน้องหมาไปให้เจ้าหน้าที่ดูด้วย      3.จากนั้นเจ้าหน้าที่จำหน่ายตั๋วจะแจ้งเราให้ไปชำระค่าระวาง ซึ่งค่าระวาง คือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการใช้พื้นที่บนรถไฟ โดยทางเจ้าหน้าที่จะพิจารณาจากน้ำหนักตัวของน้องหมาและตามระยะทางที่ไป ปกติแล้วขั้นต่ำจะอยู่ที่ 90 บาทต่อตัว (อัพเดตล่าสุด 19 กุมภาพันธ์ 2563)      ข้อสำคัญคือ การซื้อตั๋วโดยสาร และการชำระค่าระวางจะต้องทำให้เสร็จ ก่อนรถไฟออกไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง      ในส่วนของสุนัขตัวใหญ่ หรือสายพันธุ์ใหญ่ เช่น โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ลาบาดอร์รีทรีฟเวอร์ และสายพันธุ์ใหญ่อื่นๆ “ปัจจุบันสุนัขพันธุ์ใหญ่ไม่สามารถนำขึ้นรถไฟได้แล้ว” (อัพเดตล่าสุด 19 กุมภาพันธ์ 2563) และส่วนของสุนัขดุ ทางเจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้นำขึ้นไปบนรถไฟเด็ดขาด เพื่อเป็นการป้องกันน้องหมาไม่ให้ทำร้ายผู้โดยสารคนอื่น

ข้อปฏิบัติและข้อแนะนำในการนำสุนัขขึ้นโดยสารรถไฟ
 

     1. น้องหมาที่พาไปต้องไม่ใช่น้องหมาที่ป่วย ไม่อยู่ในช่วงติดสัดหรือเป็นประจำเดือน และต้องเป็นน้องหมาที่ฉีดวัคซีนตามกำหนดเสมอ      2. ควรแจ้งข้อมูลของน้องหมาอย่างละเอียดและตรงตามความจริง      3. น้องหมาที่ดุ หรือน้องหมาที่ทางเจ้าของควบคุมไม่ได้ ไม่ควรนำขึ้นไปโดยสารบนรถไฟร่วมกับผู้อื่น      4. สายจูง คือสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ เพราะ เมื่อพาน้องหมาขึ้นรถไฟนั้น น้องหมาควรอยู่ในสายจูงตลอด และห้ามปล่อยน้องหมาพ้นสายตาเจ้าของ      5. เมื่อสุนัขมีการฉี่หรืออึ ควรรีบทำความสะอาดให้เร็วที่สุด เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาและรบกวนผู้โดยสารคนอื่น      6. ไม่ควรนำอุปกรณ์ของคนมาใช้ร่วมกับน้องหมา      7. ควรดูแลรักษาความสะอาดของน้องหมาอย่างเคร่งครัด ทั้งตอนกินอาหาร และตอนขับถ่าย

สิ่งจำเป็นที่ควรนำไปด้วย หากจะพาน้องหมาออกเดินทาง

1. ชามน้ำ ชามอาหาร     2. ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ที่นอนสุนัข     3. อาหารสุนัข     4. ยาประจำตัว (ถ้ามี)     5. สายจูง กรง กระเป๋าสำหรับใส่น้องหมา      6.อุปกรณ์ทำความสะอาดในกรณีที่น้องหมาฉี่หรืออึ      เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น วันนี้เรามีตัวอย่างของคนที่เคยพาน้องหมาขึ้นรถไฟมาแล้ว ซึ่งนี่เป็นเรื่องเล่าแชร์ประสบการณ์จากเฟซบุ๊คแฟนเพจ ทีมนั่งรถไฟกับนายแฮมมึน โดยคุณแฮมมึนได้เล่าไว้ว่า

 ย้อนกลับไปประมาณหลายปีที่แล้ว คุณพ่อได้โทรมาว่า เจอลูกหมาสีดำ 3 ตัว มีคนเอามาปล่อยที่แฟลตพ่อ เลยอยากให้รับเลี้ยงไว้ แต่สุดท้ายน้องหมาก็เหลือเพียงสองตัว เพราะเสียไปตัวนึง จากคุณแฮมมึนก็เลยเดินทางไปรับน้องหมาทั้ง 2 ตัวมาจากหัวหิน ส่วนขากลับนั้น คุณแฮมมึนก็ได้ใช้การเดินทางโดยรถไฟจากสถานีหัวหิน-กรุงเทพ      โดยตอนแรกคุณแฮมมึนก็ไปซื้อตั๋วสำหรับคนก่อน จากนั้นก็นำตั๋วของเราไปติดต่อที่ห้องสินค้า เพื่อตีตั๋วให้น้องหมา ตอนนั้นเสียค่าระวางไป 90 บาท และเมื่อเสร็จก็นำน้องหมาใส่กล่องและพาขึ้นรถไฟไป      แต่แล้วความป่วนของน้องหมาก็เริ่มออกฤทธิ์เมื่อขึ้นรถไฟ จากน้องหมาเรียบร้อย ก็เริ่มไต่ เริ่มปีนป่าย เริ่มส่งเสียงร้อง คุณแฮมมึนก็เลยใช้กลวิธีหลอกล่อเพื่อไม่ให้น้องหมาตื่นคนโดยการ ลูบหัวบ้าง อุ้มบ้าง เล่นกับเขาบ้างเพื่อให้เขารู้สึกปลอดภัย รู้สึกอบอุ่น และหลังจากนั้นคุณแฮมมึนก็เผลอหลับไป      พอตื่นขึ้นมาอีกที น้องหมาก็ปีนหน้าต่างรถไฟเล่น คุณแฮมมึนเลยตกใจและรีบคว้าตัวน้องหมาไว้ก่อนจะตกลงไป และรีบปิดหน้าต่างรถไฟโดยเร็ว เรียกว่าเล่นเอาใจหายใจคว่ำเลยทีเดียว ซึ่งกว่าจะมาถึงกรุงเทพได้นั้น ทำเอาคุณแฮมมึนหมดพลังงานไปเยอะมาก ๆ กับการดูแลน้องหมาตัวนี้บนรถไฟ      และคุณแฮมมึนก็ได้แนะนำทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับคนที่จะพาน้องหมาขึ้นรถไฟ นั่นคือ ควรมีกรงใส่ให้น้องหมา ไม่ควรนำน้องหมาใส่กล่องหรือปล่อยน้องหมาไว้โล่ง ๆ เพราะอาจทำให้น้องหมาของเราไปรบกวนคนอื่นได้

เส้นทาง one day trip ที่เหมาะกับน้องหมา

การเดินทางบนรถไฟกับน้องหมานั้น ควรเป็นการเดินทางที่ใช้เวลาไม่นาน และไปเช้าเย็นกลับ ซึ่งถ้าหากเดินทางจากกรุงเทพ ทาง Dogilike ก็มีแนะนำสถานีที่ควรไปลงและเที่ยวดังนี้

     1. สถานีอยุธยา (อยุธยา)

     2. สถานีสะพานแควใหญ่ (กาญจนบุรี)

 3. สถานีถ้ำกระแซ (กาญจนบุรี)

     4. สถานีน้ำตกไทรโยคน้อย (กาญจนบุรี)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

     5. สถานีราชบุรี (ราชบุรี)

     6. สถานีหัวหิน (ประจวบคีรีขันธ์)

     7. สถานีนครปฐม (นครปฐม)

8. สถานีชุมทางฉะเฉิงเทรา (ฉะเฉิงเทรา)

     9. สถานีสุพรรณบุรี (สุพรรณบุรี)

 ถึงปัจจุบันการเดินทางโดยรถส่วนตัวจะสะดวกมากก็ตาม แต่ถ้าหากใครที่สนใจอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศการเดินทางแบบคลาสสิค นั่งรับลมชมวิวไปกับน้องหมาคู่ใจ อย่างการเดินทางโดยรถไฟ ก็สามารถเดินทางง่ายๆได้ตามนี้ และนี่ก็อาจเป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่จะทำให้คุณให้มีความสุขพร้อมกับน้องหมาแบบไม่รู้ลืมเลย